เก่งเกมเกิดใหม่เป็นปราชญ์สุดแกร่งในต่างโลก

ตอนที่ 60

ผมถูกยามเรียกให้หยุด

“ตัดสินใจเร็วจริง ๆ ฮังกรีโอเกอร์เป็นเป้าหมายที่ดีขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“เปล่า ถึงพวกมันจะให้ EXP เยอะก็จริง... แต่สิ่งที่ผมต้องการที่สุดคือบอสของพวกมัน คิงโอเกอร์ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคือต้นเหตุของการระบาด”

ไมเลียเบิกตากว้าง ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางลนลาน

“บะ...บอสเหรอ?! แค่ฮังกรีโอเกอร์ก็แข็งแกร่งมากแล้ว ไม่มีทางโค่นบอสของพวกมันได้หรอก...”

เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า...

“จริงสิ เอลด์เพิ่งสังหารมอนสเตอร์แรงก์ S ตัวคนเดียวไปนี่นา ฉันไม่คิดว่าจะมีมอนสเตอร์ตัวไหนที่เอลด์โค่นไม่ได้แล้วละ”

“ยังมีมอนสเตอร์ที่แม้แต่ผมก็โค่นไม่ได้อยู่ อันที่จริงต้องพูดว่าตรงกันข้ามด้วยซ้ำ เพราะผมสู้มอนสเตอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้เลย ถึงได้จำเป็นต้องแข็งแกร่งขึ้น และเพื่อการนั้น ผมต้องใช้ชิ้นส่วนของคิงโอเกอร์”

ชิ้นส่วนที่ต้องการคือหัวใจของคิงโอเกอร์ หัวใจของมอนสเตอร์ระดับบอสบางชนิดสามารถนำไปแปรรูปเป็นไอเทมที่เรียกว่า ‘วิสดอมสโตน’ ได้ เมื่อใช้มัน ผมจะเพิ่มพลังให้สกิลและแข็งแกร่งขึ้นโดยรวม มันเป็นไอเทมล้ำค่ามาก และถ้าใช้ตั้งแต่ช่วงแรก พลังของสกิลจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะอย่างไร ผมก็ต้องหาวิสดอมสโตนมาให้ได้

ว่าไปแล้ว หัวใจของมังกรสายฟ้าผ่าปฐพีสามารถนำไปทำเป็นดิไวน์สโตนได้ มันเป็นไอเทมที่ใช้หลังจากเพิ่มพลังให้สกิลด้วยวิสดอมสโตนแล้ว แต่ตอนนี้ผมยังไม่ใช้ และยังไม่มีสกิลที่จำเป็นสำหรับแปรรูปด้วย เรื่องดิไวน์สโตนคงต้องเอาไว้ทีหลัง

“วัตถุดิบจากคิงโอเกอร์... ฉันไม่รู้หรอกว่าเอลด์จะเอาไปทำอะไร แต่ถ้าเห็นว่าจำเป็น มันคงเป็นของที่น่าทึ่งมากแน่ ๆ ฉันจะคอยเอาใจช่วยนะ!”

“ไมเลียไม่ไปด้วยกันเหรอ?”

“ฉันต้องรอผลรายงานจากกิลด์”

จริงด้วย ทางกิลด์เพิ่งส่งรายงานเรื่องสังหารมังกรไป ทั้งยังไม่เคยมีกรณีแบบนี้มาก่อน อยู่รอฟังผลน่าจะดีกว่าจริง ๆ เพราะอาจมีคนมาถามอะไรเพิ่มเติม

ถ้าอย่างนั้นเราคงต้องแยกกันตรงนี้

“เข้าใจแล้ว ไว้เจอกันคราวหน้านะ”

“อือ ฉันจะรีบเป็นขุนนางแล้วตอบแทนเอลด์ให้ได้”

“ถ้ามีเรื่องอื่นที่อยากให้ไมเลียรับผลงานแทน ผมจะติดต่อมา หวังว่าตอนนั้นจะช่วยผมอีกนะ”

ด้วยเลเวลปัจจุบัน หากบอกว่าฆ่ามอนสเตอร์แรงก์ S คงไม่มีใครเชื่อ จากผลงานในป่าแห่งความตาย ถ้าเป็นมอนสเตอร์แรงก์ B ทุกคนอาจเชื่อก็ได้ แต่แรงก์ S นั้นไม่มีทาง

หากสักวันผมต้องฆ่ามอนสเตอร์แรงก์ S อีก ก็ค่อยขอให้ไมเลียรับผลงานไป แต่คงทำแบบนั้นไม่ได้ถ้าเจ้าตัวไม่ได้อยู่ในพื้นที่ด้วยจริง ๆ

“ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็ไม่อยากพึ่งผลงานของเอลด์หรอกนะ...”

“ผมจะพยายามเลื่อนแรงก์ให้เร็วขึ้น ระหว่างนี้คงต้องพึ่งไมเลียไปก่อน”

“…ตกลง ว่าแต่ ถ้าอยากเลื่อนแรงก์ เอลด์ควรทำตัวให้โดดเด่นขึ้นอีกหน่อยนะ หากสร้างผลงานที่น่าเหลือเชื่อได้ ต่อให้เป็นโนวิซ พวกเขาก็อาจจำเป็นต้องพิจารณาเรื่องเลื่อนแรงก์ให้”

หลังจากนั้นเราก็แยกทางกัน จุดหมายต่อไปของผมคือป่าใหญ่แห่งเอเลีย



“เอ่อ... ทางนี้สินะ”

วันรุ่งขึ้น ผมกำลังเดินไปตามถนนที่ทอดสู่ป่าใหญ่แห่งเอเลีย

ภูมิประเทศแตกต่างจากใน BBO จึงต้องพึ่งแผนที่ แต่คงเพราะเทคโนโลยีการสำรวจในโลกนี้ยังล้าหลัง แผนที่ถึงได้ไม่แม่นยำ แค่พยายามอ่านก็ลำบากมากแล้ว รู้สึกว่าถ้าหลงออกนอกเส้นทางเพียงครั้งเดียว คงหาทางกลับไม่ได้แน่

ระหว่างเดินพลางตรวจสอบเส้นทางซ้ำไปมา ผมสังเกตเห็นยามคนหนึ่งยืนอยู่ริมถนน ถึงจะไม่ได้ทำอะไรผิดจึงไม่น่าถูกจับหรืออะไรทำนองนั้น แต่ยังอดรู้สึกไม่สบายใจไม่ได้ ผมเลยพยายามเดินผ่านไปโดยไม่หยุด

“นักผจญภัยตรงนั้นน่ะ! หยุดก่อน!”

แย่ละ สุดท้ายก็เรียกให้หยุดจนได้ อาจแค่สุ่มเรียกสอบถามก็ได้มั้ง

“มีอะไรหรือเปล่าครับ?”

“กำลังจะไปไหน? เอเลียหรือ?”

ป่าใหญ่แห่งเอเลียตั้งอยู่ใกล้เมืองเอเลีย ถ้าจะรับคำร้องที่พาเข้าไปในป่า ก็ควรไปเอเลียก่อน

“ใช่ครับ กำลังจะไปเอเลีย ได้ยินว่าที่นั่นมีคำร้องดี ๆ เยอะ”

ยามกวาดตามองอุปกรณ์ของผม

“อุปกรณ์ดูใหม่เอี่ยมเลยนี่ เธออยู่แรงก์อะไร?”

…อ้อ สังเกตเห็นอุปกรณ์ใหม่ของผมสินะ บางคนเห็นของที่สวมใส่แล้วอาจคิดว่าเป็นมือใหม่ก็ได้ อย่างไรเสีย ทุกชิ้นก็ใหม่แทบไม่ผ่านการใช้งาน

“แรงก์ D ครับ แต่ผมมีประสบการณ์ต่อสู้นะ”

“…ขอเตือนด้วยความหวังดี กลับไปเสียเถอะ รู้เรื่องฮังกรีโอเกอร์ระบาดในป่าใหญ่แห่งเอเลียใช่ไหม?”

เข้าใจแล้ว พวกเขามาเฝ้าตรงนี้เพื่อห้ามนักผจญภัยบ้าบิ่นไม่ให้มุ่งหน้าไปที่นั่นสินะ

ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ควรพูดว่าจะไปล่าฮังกรีโอเกอร์ ไม่อย่างนั้นเขาอาจห้ามผมได้

← ตอนที่ 1 สารบัญ ตอนที่ 61 →