(…มาแล้วค่ะ)
ซาชิลิสกระซิบแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน พลางจ้องหลังคาบ้านที่อยู่ใกล้ ๆ
ผู้บุกรุกสามคนเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วภายใต้ความมืด โดยระวังไม่ให้เกิดเสียง หากไม่ได้ใช้สกิล พวกเราคงหาเจอได้ยาก
ผมเฝ้าสังเกตชายทั้งสาม ดูเหมือนพวกเขายังไม่รู้ตัวว่าพวกเราอยู่ที่นี่ ผมใช้เวทจัดการพวกเขาจากระยะไกลได้สบาย แต่คราวนี้จะปล่อยให้ซาชิลิสรับมือ แม้ผมจะสอนวิธีต่อสู้ให้เธอแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอต้องสู้กับคนมีฝีมือ ผมคอยจัดการศัตรูให้ทุกครั้งไม่ได้อยู่แล้ว ตอนที่ยังช่วยหนุนหลังได้จึงควรปล่อยให้เธอสั่งสมประสบการณ์เอาไว้
(ลองจัดการคนเดียวดูนะ ผมจะไม่ลงมือจนกว่าสถานการณ์จะอันตราย)
(ค่ะ)
ซาชิลิสเตรียมคันธนูให้พร้อม ในโลกนี้แทบไม่มีใครรู้จักสกิลของสปิริตอาร์เชอร์ เมื่อก่อนเธอต่อสู้เหมือนอาร์เชอร์ฉบับด้อยกว่า แต่หลังจากเรียนสกิลบางอย่างไป ตอนนี้เธอสู้ในฐานะสปิริตอาร์เชอร์ตัวจริงได้แล้ว
(จะยิงแล้วนะคะ)
ซาชิลิสเล็งธนูขึ้นฟ้าแล้วยิงออกไป ไม่กี่วินาทีต่อมา ชายคนหนึ่งก็ตกจากหลังคาโดยมีลูกธนูปักอยู่กลางศีรษะ คงตายทันที
เมื่อได้ยินเสียงเพื่อนร่วงลงมา อีกสองคนก็แยกตัวออกจากกันอย่างรวดเร็วพร้อมกวาดตามองรอบด้าน ซาชิลิสยิงลูกที่สอง แต่คราวนี้มันถูกมีดปัดทิ้ง
(ไม่ธรรมดา ปัดลูกธนูได้แม้อยู่ท่ามกลางความมืดแบบนี้)
เป็นไปตามคาด พวกเขามีฝีมือพอตัว การปัดลูกธนูในความมืดไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ง่าย ๆ ซาชิลิสรีบพาดลูกธนูดอกใหม่ด้วยความลนลาน แต่ศัตรูรู้ตำแหน่งของเธอแล้ว พวกผู้บุกรุกกระโดดลงพื้นแล้วซ่อนตัว
(พวกเขากำลังมาทางนี้ค่ะ) เธอพึมพำ
(ก็ต้องมาอยู่แล้ว พวกนั้นรู้ว่าคุณอยู่ตรงไหน เลยกำลังมาฆ่าคุณไง)
(ล-แล้วเราควรทำยังไงดีคะ ซ่อนตัวดีไหมคะ)
สีหน้าของซาชิลิสเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและสับสน ผมคาดเอาไว้อยู่แล้วว่าจะเป็นแบบนี้
(รู้ไหมว่าพลาดตรงไหน)
(เอ่อ… หลังจากฆ่าคนแรกได้ ฉันไม่ได้เตรียมพร้อมจะฆ่าอีกสองคนหรือคะ)
(ถูกต้อง หลังจากยิงลูกแรก คุณไม่จำเป็นต้องรอดูว่าถูกเป้าหรือเปล่า แต่ควรยิงลูกที่สองตามไปทันที หรือไม่ก็ย้ายตำแหน่งก่อนยิงลูกธนูดอกที่สอง)
ฝ่ายที่เปิดฉากจู่โจมมีข้อได้เปรียบมหาศาล การฆ่าได้แค่คนเดียวแล้วเปิดเผยตำแหน่งตัวเองถือว่าสิ้นเปลืองโอกาสเกินไป
อย่างน้อยเธอน่าจะฆ่าได้สองคนและทำให้เหลือการต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง หากเป็นเช่นนั้น เธอจะได้เปรียบเพราะรู้จักพื้นที่นี้ดี แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้น เมื่อถูกจับตำแหน่งได้ทันทีจึงกลายเป็นสองต่อหนึ่ง การรับมือศัตรูสองคนพร้อมกันยากกว่ามาก
(ขอโทษค่ะ)
(ไม่เป็นไร สำหรับงานแรกคุณทำได้ดีแล้ว ที่เหลือผมจัดการเอง อย่าขยับไปจากตรงนี้นะ)
ผมทิ้งเธอไว้ตรงนั้น ชายทั้งสองกำลังมาทางเส้นทางเดียวกัน แต่พวกเขาระวังตัวแจ จึงไม่มีโอกาสให้ลอบโจมตี ถึงอย่างนั้นผมก็รับมือได้
(ไอซ์พิลลาร์)
ผมร่ายเวทโดยไม่ขานชื่อ การร่ายแบบไร้คำร่ายจะทำให้พลังของเวทลดลง แต่ตอนนี้ผมไม่ได้ต้องการพลังโจมตีอยู่แล้ว
จุดที่ร่ายเวทไม่ใช่เหนือศีรษะของศัตรู แต่เป็นตรอกด้านหลังซึ่งอยู่ห่างจากพวกผู้บุกรุก ทันทีที่เปิดใช้เวท ผมก็เคลื่อนตัวไปยังตรอกที่เชื่อมกับเส้นทางของชายสองคนนั้น ตราบใดที่ผมไม่โผล่หน้าออกไป พวกเขาก็มองไม่เห็น
ไม่กี่วินาทีต่อมา เสาน้ำแข็งก็ตกกระแทกพื้นและแตกกระจายจนเกิดเสียงดัง ในชั่วขณะนั้น ผมชะโงกออกจากตรอกแล้วใช้เดดลีเพนใส่ชายคนหนึ่ง
เสียงที่ดังขึ้นกะทันหันดึงความสนใจของพวกเขาไป ผมจงใจใช้ไอซ์พิลลาร์ในจุดที่อีกฝ่ายมองไม่เห็น ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงรู้ทันทีว่ามันเป็นแค่เหยื่อล่อ
「อ๊ากกกกกกกก!」
ชายคนนั้นร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด มือสังหารที่ถูกส่งมาทำงานระดับนี้ย่อมผ่านการฝึกให้อดทนต่อความเจ็บปวดมาแล้ว แต่เดดลีเพนไม่ใช่สิ่งที่จะทนรับได้ด้วยการฝึกเพียงอย่างเดียว ต้องใช้เวทของจริงป้องกันเอาไว้ล่วงหน้าเท่านั้น
ทว่าพวกผู้บุกรุกย่อมไม่รู้เรื่องนี้ ชายอีกคนถึงกับร้องเสียงหลง เมื่อคู่หูของเขาส่งเสียงกรีดร้องที่ไม่สมกับเป็นมือสังหารซึ่งผ่านการฝึกมา
ผมเปิดใช้ไอซ์พิลลาร์อีกครั้ง ก่อนกระโจนออกจากตรอก